บทที่ 3 ร้อนรุ่ม

“ฮะ ! ใครช่างกล้าวางยาแกได้วะเนี่ย” 

“ฉันพลาดเองแหละดีนะที่ไหวตัวทันเลยให้พนักงานรีบขับรถมาส่งก่อน”

“ว่าแต่ครั้งนี้เป็นสาวคนไหนล่ะ อย่าบอกนะว่าแม่นางแบบสาวคนนั้น” ภูผายกยิ้มเมื่อเพื่อนรักไม่ตอบแต่กลับถอนหายใจแล้วพยักพเยิดหน้าแทนคำตอบ

“ว่าแต่แกเถอะทำไมมาอยู่นี่ได้” เขาตั้งคำถามกับเพื่อนตัวเอง

“ฉันก็ตามเลขาคนใหม่ของแกน่ะสิ กลัวว่าเขาจะถูกแกเล่นงานจนทนไม่ไหว แล้วนี่คงไม่ใช่ปลุกปล้ำเขาหรอกนะถึงได้แผลมาเนี่ย ! ” เมื่อถูกเพื่อนรักพูดจี้เข้าให้ คนโดนหมายหัวก็ชักสีหน้าขึ้นเล็กน้อย ก็เพราะที่ผ่านมามีผู้หญิงไม่น้อยมาให้ท่าเขานับไม่ถ้วน จะแตะต้องตัวเขาสักนิดก็แทบจะไม่ได้ แต่เจ้าหล่อนรึนอกจากไม่คล้อยตามแรงปรารถนาของเขาแล้วกลับสร้างบาดแผลไว้ที่หัวเขาได้เสียนี่  

“ฮึ” 

“ดูท่าคุณลลิตาท่าจะฟาดแกแรงไม่เบา สมองคงได้กระทบกระเทือนถึงได้เผลอยิ้มออกมาได้ เฮ้ย ! ” เมื่อแซวจบ หมอนใบใหญ่ก็ถูกเขวี้ยงมาทางเขาจนเจ้าตัวร้องโวยวาย 

“ไสหัวกลับไปได้แล้วไป ! ”

“เออ หมดประโยชน์ละสิ อะนี่ สรุปการประชุมทุกอย่าง รวมทั้งตารางนัดหมายของแขกวีไอพีที่มาวันนี้ด้วย” เขาพูดพร้อมส่งไอแพดให้กับอคินภัทร ความกังวลของชายหนุ่มผุดขึ้นจนคิ้วเรียวหนาขมวดมุ่นเมื่อจำได้ว่าวันนี้มีนัดสำคัญก่อนจะเบาลงเมื่อได้ยินคำชมของเพื่อนที่เอ่ยถึงหญิงสาว

“นี่ดีนะ ที่คุณลิตารับหน้าแทน แล้วการเจรจาวันนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดี เห็นทีว่า คราวนี้คงได้เลขาทำงานดั่งใจแกแล้วสิ” คำชมต่าง ๆ ของเพื่อนรักถูกซึมซับเข้าโสตประสาทของเขาทุกคำ

ร่างสูงโปร่งของอคินภัทรแช่อยู่ในอ่างน้ำจากุชชี่ราคาแพง แก้วไวน์ในมือถูกวนไปมาก่อนที่จะจรดที่ริมฝีปากของเขา นึกถึงสัมผัสที่ได้ลูบไล้สีข้างเลขาสาว ร่างกายเขาก็ร้อนรุ่มขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ร่างบอบบางซ่อนรูปแต่กลับสัมผัสได้อย่างเต็มไม้เต็มมือ บางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในน้ำกำลังผงาดชูชันจนเจ้าตัวต้องสะบัดไล่ความคิดฟุ้งซ่านให้ออกไป

“บ้าเอ๊ย ! ” เขาสบถเบา ๆ กับตัวเอง อย่างที่ตัวเขาเองก็ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้ว่าตอนนั้นตัวเขาจะอยู่ในห้วงอารมณ์ที่ถูกยาปลุกเซ็กส์จากนางแบบสาวก็ตาม แต่ยานั้นก็ไม่ได้ทำให้สติเขาลบเลือนถึงกับจำอะไรไม่ได้ มือแกร่งเอื้อมไปหยิบมือถือที่กำลังสว่างขึ้นพร้อมกับเสียงข้อความ อีเมลที่ได้รับคือบทสรุปของการประชุมและตารางงานต่าง ๆ ที่วันนี้เลขาสาวคนใหม่เป็นคนจัดการทุกอย่างให้กับเขารอยยิ้มผุดขึ้นที่ใบหน้าเคร่งขรึม ราวกับว่าพึงพอใจในผลงานของเลขาสาวคนใหม่นี้

“ไม่เลวนี่นา” เขาเอ่ยปากชมเบา ๆ แต่เมื่อต้องนึกถึงใบหน้าภายใต้แว่นตาที่เธอสวมใสนั้นเขาก็เผลอหงุดหงิดขึ้นมา พลางอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าหากหญิงสาวไม่ได้สวมแว่นตานั้นแล้วล่ะก็ เธอจะสวยขนาดไหนความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในสมองของเขา อย่างที่เขาเองก็ไม่เคยคิดมาก่อน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พร้อมกับน้ำเสียงเย็นยะเยือกที่กดตอบรับปลายสาย

“ว่ายังไง ? ดี จับตาดูเอาไว้ อ่อ อย่างนั้นเหรอ ! ได้ เดี๋ยวฉันจะเปิดดู” หลังจากวางสายข้อความบางอย่างก็เด้งเข้ามาในแอพลิเคชั่นอย่างต่อเนื่อง นิ้วเรียวกดเข้าไปดูพร้อมดวงตาหรี่คมของเขาที่จับจ้องมองภาพเหล่านั้น รอยยิ้มร้าย ๆ กลับผุดขึ้นบนใบหน้าอันหล่อเหลา สองชายหญิงที่อยู่ในภาพ แม้ว่าจะคนละสถานที่ แต่ยืนยันได้อย่างหนึ่งคือ คนทั้งสอง กำลังถูกคนของเขากำลังจับตาดูความเคลื่อนไหว

“ฮึ ! ” เขาแสยะยิ้มก่อนจะปล่อยโทรศัพท์ทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ใส่ใจ แล้วปล่อยให้ตัวเองจมลงในอ่างจากุชชี่ อีกไม่นานนักหรอก คนทั้งคู่จะต้องชดใช้สิ่งที่เคยได้ทำไว้กับเขา !

ร่างสูงสง่างามของหญิงวัยกลางคนตอนปลาย คุณหญิงช่อผกาถึงกับไม่อยากเชื่อหูเมื่อได้ยินสิ่งที่คนสนิทกำลังรายงานเกี่ยวกับลูกชายของเธอให้เธอได้ฟัง

“เธอแน่ใจและไม่ได้หูฟาดใช่ไหม ? ”

“โธ่ คุณหญิงคะ ดิฉันได้ยินมาเต็มสองหู แถมยังเห็นมากับตาอีกนะคะ”

“งั้นก็ยิ่งแปลก เพราะปกติพ่อลูกชายของฉัน แทบจะไม่ปล่อยให้เลขาที่สมัครมาใหม่ต้องไปต้อนรับแขกวีไอพีเอง แล้วนี่แม่คนนี้นอกจากจะต้อนรับแขกวีไอพีแล้ว ยังสรุปงานแล้วขึ้นไปพบลูกชายฉันถึงห้องอีก”

“ที่สำคัญนะคะ คุณหญิง ท่านประธานเป็นคนแจ้งผู้จัดการให้คุณเลขาคนใหม่ขึ้นไปพบเองด้วยนะคะ”

“ฉันชักอยากจะเห็นแล้วสิ ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร”

“ถ้าอย่างนั้นคุณหญิงต้องการให้ดิฉันนัดพบเธอเลยไหมคะ”

“ยังก่อน ฉันอยากจะรู้ว่าเลขาของลูกชายฉันคนนี้จะไปได้สักกี่น้ำ จะทนฤทธิ์ของลูกชายฉันได้มากน้อยแค่ไหน” เธอพูดพร้อมกับรอยยิ้มบางอย่าง ที่เธอหวังไว้อยู่ลึก ๆ หากมีหญิงสาวคนไหนเข้ามาเปลี่ยนตัวตนลูกชายของเขาได้และกลับไปเป็นกองทัพ ลูกชายที่แสนน่ารักของเธอคนเดิม ไม่ดุดัน เกรี้ยวกราดอย่างที่เป็นเหมือนทุกวันนี้

“อืม อ่า” เสียงลมหายใจแผ่วร้อนของสองหนุ่มสาวที่ผลัดกันรุกผลัดกันรับดังยิ่งกว่าเสียงเครื่องปรับอากาศที่อยู่ในห้อง มืออุ่นร้อนลากไล้สัมผัสไปทั่วเรือนกายสาวจนคนที่ถูกสัมผัสร้อนวาบไปทั่วสรรพางค์กาย นิ้วมือแกร่งวกวนลูบไล้อกตูมผ่านสาปเสื้อ ของเธอลมหายใจอุ่นร้อนสัมผัสต้นคอจนขนแขนลุกเกรียว เสียงกัดฟันกรอดดังเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน

“ครืด ๆ ” เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือปลุกให้ลลิตาตื่นจากห้วงความฝัน นาฬิกาบ่งบอกว่าเข้าสู่เข้าวันใหม่ที่เธอต้องไปทำงานแล้ว

“ลิตา แกฝันลามกอะไรแบบนี้นะ”หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเองเมื่อนึกถึงภาพความฝันที่ฉายเด่นชัดราวกับว่าเป็นเรื่องจริง และแม้ว่าเธอจะอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานแล้วก็ตาม แต่กระนั้นภาพความฝันและสัมผัสของเขายังคงตามหลอกหลอนจนใบหน้าเธอเห่อแดงขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“คุณลิตาไม่สบายรึเปล่าครับ ทำไมหน้าแดงจัง” แน่นอนว่าน้ำเสียงสุภาพของชายหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่ก็คือผู้จัดการฝ่ายการตลาดอย่างภูผานั่นเอง

“เอ่อ เปล่าค่ะ สงสัยเพิ่งลงจากรถแล้วอากาศด้านนอกน่าจะร้อนไปหน่อย ร่างกายคงปรับตัวไม่ทัน” เธอรีบแก้ตัวพัลวัน

“ก็จริงนะครับ ช่วงนี้อากาศร้อนจริง ๆ ” เขาเห็นด้วยกับคำพูดของเธอพร้อมยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ก่อนประตูลิฟต์จะเปิดออก พร้อมกับเขากล่าวขอตัวเดินแยกจากเธอไป ส่วนหญิงสาวเดินตรงไปยังห้องทำงานของผู้บริหาร นาฬิกาข้อมือบ่งบอกว่าใกล้เข้าเวลางานแล้ว เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่มือเรียวจะค่อย ๆ ผลักประตูเข้าไปด้านในด้วยใจที่ตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ เกรงว่าจะเจอใครบางคนที่อยู่ภายใน แต่ก็ต้องใจชื้นเมื่อสายตาเธอพบแต่เพียงความว่างเปล่า ก่อนที่เธอจะตัดสินใจก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับแฟ้มที่กอดไว้ในมือ

“มาเช้าดีนี่ ก่อนเข้าเวลางานเสียด้วย” เธอสะดุ้งโหวงกับคำพูดของใครบางคนที่ดังมาจากทางด้านหลัง ร่างบางค่อย ๆ หมุนตัวไปมองตามเสียง อนิจจา ! ร่างสูงสง่าของเขานั่งไขว่ห้างอยู่ที่โซฟามุมห้อง อาจจะเพราะองศาของประตูทำให้เธอมองไม่เห็นเขาที่อยู่ในมุมนี้  

ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นจนเต็มความสูงก้าวเท้ายาว ๆ เดินมาหาหญิงสาวที่ถอยหลังอัตโนมัติ ราวกับว่าเขาเป็นบุคคลอันตรายอย่างไรอย่างนั้น คิ้วเรียวของเขาขมวดมุ่นเข้าหากัน ต่างจากอีกฝั่งที่ใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาข้างนอกอยู่แล้ว

“แฟ้มเอกสารที่คุณสรุปงานมาให้ผมหรือเปล่า ? ”

“คะ ค่ะ” เธอตอบอย่างละล่ำละลัก ภาวนาว่าขอให้ชายหนุ่มจำเรื่องราวเมื่อคืนไม่ได้ด้วยเถอะ เขาแบมือขอแฟ้มเอกสารจากเธอแต่ดูเหมือนสายตาของเธอที่กำลังพินิจพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้าผ่านแว่นตานั่นจะทำให้เขาสะดุดใจเล็กน้อยจนต้องกระแอมไปหนึ่งที

“ขะขอโทษค่ะ” เมื่อได้สติ หญิงสาวก็ส่งแฟ้มเอกสารให้ชายหนุ่มตรงหน้า อคินภัทรเปิดแฟ้มดูเอกสาร ราวกับว่าเมื่อคืนไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่างไรอย่างนั้น 

“ท่านประธานคะ แผลที่หางคิ้วของท่านประธาน”

“สงสัยเมื่อคืนผมคงจะหกล้มหัวอาจจะไปกระแทกอะไรเข้า ไม่มีอะไรหรอก” เขาตอบกลับโดยที่ไม่ได้มองหน้าเธอ 

คำโกหกคำโตที่เขาพูดออกไป กลับทำให้หญิงสาวเผลอลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ แต่กลับสร้างรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากของเขาเสียเอง 

“เอาล่ะ เหตุการณ์เมื่อวานคุณคงลำบากน่าดู แต่ถือว่าคุณทำงานได้ดีมาก” เขากล่าวอย่างชื่นชม ใจบางเต้นแรงเมื่อสบเข้ากับดวงตาเรียวของเขา 

“ถ้าอย่างนั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” แต่ก่อนที่หญิงสาวจะเดินออกจากห้องไป เขาก็สั่งงานทิ้งท้ายให้กับเธอ

“เตรียมตัวให้พร้อม ตอนเที่ยงคุณต้องออกไปพบลูกค้าคนสำคัญกับผม”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป